Project Management

เผยเคล็ดลับ เลือก Project Management Tools ให้ตรงกับองค์กรคุณ

เผยเคล็ดลับ เลือก Project Management Tools ให้ตรงกับองค์กรคุณ

การทำงานยุคใหม่ หลายบริษัทไม่มีนโยบายในการเข้าออฟฟิศทุก 5 วันต่อสัปดาห์อีกแล้ว แต่เปลี่ยนมาใช้การทำงานแบบ Hybrid คือเข้าออฟฟิศเฉพาะที่จำเป็น นอกเหนือจากวันที่นัดหมายคนทำงานก็สามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้

เมื่อระเบียบการทำงานมีการเปลี่ยนแปลง การจัดการระบบจึงมีความสำคัญ ภายใต้โจทย์ที่ว่าหากคนทำงานไม่ได้อยู่ในออฟฟิศด้วยกัน แล้วจะติดต่อ ติดตามงานกันได้อย่างไร การมี Management Tools จึงเข้ามาตอบโจทย์นี้ เพื่อให้คนทำงานยังสามารถเชื่อมต่อกันได้แม้จะไม่ได้เข้าออฟฟิศแบบเดิม

แม้จะมีเครื่องมือที่ตอบโจทย์แล้ว แต่ในปัจจุบัน เครื่องมือเหล่านี้มีหลากหลายมาก และเหมาะกับชนิดของงานที่แตกต่างกันไป องค์กรจึงต้องมีวิธีการในการเลือกใช้ เพื่อให้เครื่องมือเหล่านี้เข้ามาตอบโจทย์ และอุดรอยรั่วของบริษัทได้ดีที่สุด

Project Management Tools คืออะไร?

เครื่องมือการบริหารโครงการ (Project Management Tools) คือซอฟต์แวร์หรือแอปพลิเคชันที่ช่วยในการวางแผน จัดการ ตลอดจนควบคุมการดำเนินโครงการต่าง ๆ ในองค์กร ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ช่วยลดความซับซ้อน และสร้างความเป็นระเบียบในการทำงานร่วมกันในองค์กร

Project Management Tools มีหลายประเภท และมีคุณสมบัติหลากหลาย ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการตัดสินใจและการวางแผนด้วยระบบการจัดการข้อมูล บางเครื่องมือยังมีฟีเจอร์การติดตามความคืบหน้า แจ้งเตือนการทำงาน และการจัดทำรายงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการได้อีกด้วย

ตัวอย่างของ Project Management Tools ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในวงกว้าง ได้แก่

  • Trello - เครื่องมือการจัดการโครงการที่ใช้บอร์ดแบบเอกสารผู้ใช้งานสามารถสร้างลิสต์งาน การบริหารจัดการ การแจ้งเตือน และการติดตามความคืบหน้าของโครงการได้
  • Asana - เครื่องมือการจัดการโครงการที่ช่วยในการจัดทำแผนงาน การกำหนดวันครบกำหนด การติดตามความคืบหน้า และการสื่อสารในทีมงาน
  • Microsoft Project - เครื่องมือที่ใช้ในการวางแผน กำหนดงบประมาณ การติดตามความคืบหน้า และการจัดทำรายงานสรุปของโครงการ
  • Jira - เครื่องมือการจัดการโครงการที่เน้นในการพัฒนาซอฟต์แวร์ มีฟีเจอร์ในการจัดทำแผนงาน ติดตามความคืบหน้า และการรายงานในโครงการแบบไร้รอยต่อ
  • MANAWORK - เครื่องมือการจัดการโครงการที่เน้นความง่ายในการใช้งาน เหมาะกับองค์กรที่เริ่มเข้าสู่ช่วงของการ Transform ที่สำคัญมีเวอร์ชันภาษาไทยเต็มรูปแบบ เหมาะกับองค์กรที่ใช้ภาษาไทยเป็นหลักในการทำงานที่สุด

โดยทั่วไปแล้ว Project Management Tools จะช่วยให้ทีมงานสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้การวางแผนที่เหมาะสมและทันเวลา และสร้างความโปร่งใสในการดำเนินโครงการ

สำหรับองค์กร การจะนำ Project Management Tools เข้ามาใช้นั้น จะต้องมีวิธีการในการเลือก และการประยุกต์ใช้ เพื่อให้ Project Management Tools ที่เลือกเข้ามานั้น ส่งเสริมการทำงานภายในองค์กรได้ดีที่สุด

Project Management Tools จะเข้ามาช่วยองค์กรในด้านไหนได้บ้าง

Project Management Tools จะสามารถเข้ามาช่วยองค์กรให้ขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการส่งเสริมการทำงานอย่างน้อยใน 5 ด้านต่อไปนี้

1. การวางแผนโครงการ

Project Management Tools สามารถเข้ามาช่วยในการวางแผน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการดำเนินโครงการ รวมถึงการกำหนดวัตถุประสงค์ของโครงการ การกำหนดกิจกรรม ระยะเวลา ทรัพยากร และการกำหนดค่าใช้จ่าย เครื่องมือเหล่านี้ช่วยให้ผู้จัดการโครงการสามารถวางแผนการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคุมงานได้ตามต้องการ

2. การจัดการงานและการติดตามความคืบหน้า

Project Management Tools ช่วยให้ผู้จัดการโครงการสามารถจัดการงาน รวมถึงติดตามความคืบหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานะของงาน กำหนดวันครบกำหนด และการแจ้งเตือนเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงได้อย่างทันท่วงที และมีประสิทธิภาพ

3. การจัดทีมและการสื่อสาร

Project Management Tools ช่วยในการจัดทีมและการสื่อสารภายในทีม โดยการแบ่งหน้าที่และความรับผิดชอบ การกำหนดการประชุม และการแชร์ข้อมูลอย่างเป็นระบบ กลับมาย้อนหา หรือตรวจสอบได้ง่าย ทำให้ทำงานจำนวนมากได้ และผิดพลาดน้อยที่สุด

4. การจัดการทรัพยากร

Project Management Tools ช่วยในการวางแผนและจัดการทรัพยากรที่ใช้ในโครงการ รวมถึงทรัพยากรบุคคล งบประมาณ และวัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือเหล่านี้ช่วยให้ผู้จัดการโครงการสามารถจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและใช้ทรัพยากรได้อย่างตรงต่อเวลา

5. การรายงานและการวิเคราะห์

เครื่องมือจัดการโครงการช่วยในการสร้างรายงานและวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับโครงการ ในการตรวจสอบผลการดำเนินงาน การวิเคราะห์ผลประสิทธิภาพ และการแสดงผลในรูปแบบที่กระชับและเข้าใจง่าย

การเลือกใช้เครื่องมือจัดการโครงการที่เหมาะสมสำหรับองค์กรขึ้นอยู่กับความต้องการและขนาดของโครงการ นอกจากนี้ยังควรพิจารณาความสะดวกในการใช้งาน ความทันสมัยของเครื่องมือ ความสามารถในการปรับแต่ง และความรอบรู้และความชำนาญในการใช้งานของทีมโครงการ

เคล็ดลับการเลือก Project Management Tools ที่ใช่สำหรับองค์กร

เพื่อให้องค์กรสามารถเลือกได้ว่าองค์กรแต่ละองค์กรควรเลือกใช้เครื่องมือใด จึงจะเหมาะสมกับงานในองค์กรของตนมากที่สุด จะต้องเห็นภาพกว้างก่อนว่า Project Management Tools นั้นมีกี่ประเภท แต่ละประเภทเน้นเรื่องอะไร หลังจากนั้นจึงมาพิจารณาว่า จะต้องเลือกอย่างไร

Project Management Tools มีกี่ประเภท?

เครื่องมือจัดการโครงการ (Project Management Tools) มีหลายประเภทที่แตกต่างกันตามฟังก์ชันและวัตถุประสงค์ที่ใช้สำหรับโครงการต่าง ๆ และนี่คือ 5 ประเภทหลักที่นิยมใช้กันในวงการธุรกิจในปัจจุบัน

1. แผนภูมิการควบคุมโครงการ (Gantt Chart Tools) Project Management Tools ที่ช่วยในการสร้างแผนภูมิแกนตาราง (Gantt Chart) เพื่อแสดงความสัมพันธ์ระหว่างงาน การกำหนดระยะเวลา และการติดตามความคืบหน้าของโครงการ เช่น

  • Microsoft Project : เป็นแอปพลิเคชันที่ใช้สร้างแผนภูมิแกนตารางแบบ Gantt Chart และจัดการโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ
  • Asana : เครื่องมือจัดการโครงการที่มีฟีเจอร์การสร้างแผนภูมิแกนตารางแบบ Gantt Chart และการติดตามความคืบหน้าได้

2. ระบบการจัดการงาน (Task Management Systems) ช่วยในการระบุ จัดทำและติดตามงาน รวมถึงการจัดการลำดับความสำคัญ และการแบ่งงานให้กับสมาชิกในทีม เช่น

  • Trello: เครื่องมือจัดการงานแบบบอร์ดที่ช่วยในการระบุและติดตามงานที่ต้องทำ และแบ่งงานให้กับสมาชิกในทีม
  • MANAWORK: เครื่องมือจัดการโครงการที่ใช้เวอร์ชันภาษาไทยได้สมบูรณ์ที่สุด พร้อมระบบการติดตามงานแบบเข้าใจง่าย และมีฟังก์ชันครบ ตอบทุกความโจทย์ขององค์กร
  • Jira: เครื่องมือจัดการงานแบบองค์กรซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการจัดการงานโครงการ และการติดตามความคืบหน้าของงานแต่ละชิ้นได้เป็นอย่างดี

3. การสื่อสารและการทำงานร่วมกัน (Collaboration and Communication Tools) เครื่องมือที่ช่วยในการสื่อสารภายในทีม แชท แบ่งปันเอกสาร การทำงานร่วมกันในเวลาเดียวกัน และการจัดประชุมออนไลน์ เช่น

  • Slack: เครื่องมือการสื่อสารทีมที่ให้ช่องทางการแชทและการแบ่งปันข้อมูลระหว่างสมาชิกในทีม
  • Microsoft Teams: เครื่องมือการทำงานร่วมกันที่ให้การสื่อสารและการทำงานในทีม รวมถึงการจัดประชุมออนไลน์

4. การติดตามความคืบหน้า (Progress Tracking Tools): Project Management Tools ที่ช่วยในการติดตามและรายงานความคืบหน้าของโครงการ โดยการสร้างกราฟ แดชบอร์ด หรือตารางข้อมูลที่แสดงความคืบหน้า เช่น

  • Monday.com: เครื่องมือจัดการโครงการที่ช่วยในการติดตามและรายงานความคืบหน้าของโครงการ ผ่านกราฟ และตารางแสดงความคืบหน้า
  • Wrike: เครื่องมือจัดการโครงการที่มีฟีเจอร์การติดตามและรายงานความคืบหน้าของงานผ่านการแสดงผลหลายรูปแบบ

5. การวางแผนและการจัดการทรัพยากร (Resource Planning and Management Tools): เครื่องมือที่ช่วยในการวางแผนและจัดการทรัพยากร เช่นการจัดการงบประมาณ การจัดทำแผนทรัพยากร และการติดตามผล เช่น

  • Smartsheet: เครื่องมือจัดการโครงการที่ช่วยในการวางแผนและจัดการทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การจัดการงบประมาณและการตั้งค่าแผนทรัพยากร
  • TeamGantt: เครื่องมือจัดการโครงการที่เน้นในการวางแผน จัดการทรัพยากร และการจัดทำแผนทรัพยากรของโครงการ

เลือกอย่างไรให้เข้ากับองค์กร

เมื่อองค์กรจะเลือกนำ Project Management Tools เข้ามาใช้ ก็จะต้องมีกระบวนการพิจารณาถึงความเหมาะสม ภายใต้โจทย์ที่ว่าเครื่องมือใด จะเข้ามาช่วยให้องค์กรขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด ภายใต้วัฒนธรรมองค์กรที่แตกต่างกัน รูปแบบการทำงาน และธรรมชาติของทีมงานในแต่ละองค์กร และนี่คือ 8 เคล็ดลับ 8 มุมมองที่จำเป็นต้องพิจารณาเพื่อเลือกเครื่องมือที่ใช่ที่สุดสำหรับองค์กร

  1. วัตถุประสงค์ขององค์กร - ก่อนที่คุณจะเลือก Project Management Tools ใด ๆ คุณควรทราบวัตถุประสงค์หลักขององค์กรก่อน ว่าต้องการเครื่องมือที่ช่วยในการวางแผน การติดตามความคืบหน้า หรือการจัดทีม การรู้ว่าองค์กรต้องการอะไรจะช่วยให้สามารถเลือกเครื่องมือที่เหมาะสมกับความต้องการขององค์กรได้
  2. ความสามารถและความชำนาญของทีม - พิจารณาถึงความสามารถและความชำนาญของทีมที่จะใช้งานเครื่องมือ หมายความว่าจะต้องศึกษาธรรมชาติของคนทำงานในองค์กรของคุณเสียก่อนว่าพวกเขามีลักษณะการทำงานอย่างไร อาจต้องพิจารณาถึงความเข้ากันได้ระหว่างทักษะของทีมกับเครื่องมือที่จะเลือก รวมถึงความต้องการในการฝึกอบรมเพิ่มเติมหากมีความจำเป็น
  3. ความสามารถและความพร้อมขององค์กร - ความสามารถและความพร้อมในการบริหารโครงการและการใช้เครื่องมือขององค์กร คุณมีทีมไอทีพร้อมสำหรับการเซตระบบหรือไม่ คุณมีทรัพยากรเพียงพอในการจัดสรรให้กับพนักงานหรือไม่ รวมถึงต้องพิจารณาถึงการสนับสนุนทางเทคนิคและการอบรมจากผู้ให้บริการของเครื่องมืออีกด้วย
  4. ขนาดและความซับซ้อนของงาน - พิจารณาถึงขนาดและความซับซ้อนของโครงการที่คุณจะจัดการ Project Management Tools บางชนิดมีความสามารถในการจัดการโครงการขนาดใหญ่และซับซ้อน ในขณะที่บางอย่างเหมาะสำหรับโครงการเล็ก ๆ เท่านั้น ควรเลือกเครื่องมือที่สอดคล้องกับขนาดและซับซ้อนของโครงการของคุณ
  5. การทดลองใช้และการรีวิว - ควรขั้นตอนของการทดลองใช้ Project Management Tools ที่อยู่ในกระบวนการพิจารณาอยู่ และอ่านรีวิวจากผู้ใช้งานที่มีประสบการณ์จริง การทดลองใช้และการรีวิวเหล่านี้สามารถเอามาเปรียบเทียบกัน และช่วยให้ทราบถึงประสบการณ์และความพึงพอใจของผู้ใช้งานจริงในการใช้งานเครื่องมือนั้นได้ ข้อมูลส่วนนี้มีประโยชน์มากกับการนำไปวางแผนการประยุกต์ใช้แต่ละเครื่องมือกับองค์กรของคุณ
  6. การสื่อสารและการแชร์ข้อมูล - พิจารณาฟังก์ชันของ Project Management Tools ที่คุณจะเลือกใช้ให้ดีว่าสามารถส่งเสริมการสื่อสารภายในทีมและการแชร์ข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพได้หรือไม่ แม้จะเป็นเรื่องที่ดูไม่ใหญ่ แต่นี่คือหัวใจสำคัญที่สุดสำหรับการทำงานเป็นทีม เพราะการสื่อสารที่ดีและการแชร์ข้อมูลที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญในการดำเนินงานโครงการอย่างราบรื่น
  7. ความสอดคล้องกับเทคโนโลยีอื่น ๆ - พิจารณาว่า Project Management Tools ที่คุณเลือกทำงานสอดคล้องกับเทคโนโลยีและระบบอื่น ๆ ที่องค์กรของคุณใช้งานอยู่ก่อนแล้วหรือไม่ หากสอดคล้องกันดีก็จะช่วยให้การเชื่อมต่อและการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างเครื่องมือต่างๆ เป็นไปอย่างราบรื่น
  8. ราคาและค่าใช้จ่าย - พิจารณาถึงค่าใช้จ่ายในการใช้งาน Project Management Tools ให้ดี และตรวจสอบว่ามีราคาที่เหมาะสมสำหรับงบประมาณและความต้องการขององค์กรของคุณหรือไม่ เพราะเรื่องงบประมาณสำหรับองค์กรแล้ว สำคัญสุด ๆ

ทั้ง 8 มุมมองนี้มีความจำเป็นที่องค์กรจะต้องพิจารณาให้ดีว่า Project Management Tools ที่องค์กรเลือกนั้น ตอบโจทย์หรือไม่ เพราะการเลือกใช้ หรือเปลี่ยนหนึ่งครั้ง มีราคาที่ต้องจ่ายหลายประการ ดังนั้นการพิจารณาให้รอบคอบตั้งแต่ต้นนั้นสำคัญที่สุด

เคล็ดลับการทำงานด้วย Project Management Tools ให้ปัง อ่านเพิ่ม คลิก

เลือกได้แล้ว องค์กรต้องเตรียมพร้อมอย่างไร

สิ่งที่องค์กรจะต้องเตรียมให้พร้อมก่อนการนำ Project Management Tools เข้ามาใช้ในองค์กร ประกอบไปด้วย

1. ทำความเข้าใจกับ Stakeholder - ก่อนการนำมาใช้ องค์กรต้องระบุให้ได้ว่าใครบ้าง หน่วยงานใดบ้าง ที่จะต้องเป็นผู้ใช้งาน Project Management Tools นั้น ๆ แล้วจึงเตรียมความพร้อมให้คนเหล่านั้น ด้วยการนำเสนอประโยชน์ของการนำเครื่องมือมาใช้ เช่น ผู้บริหารและหัวหน้าทีม เน้นว่าเครื่องมือจะปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานร่วมกัน และความสำเร็จของโครงการโดยรวมได้อย่างไร แจ้งข้อกังวลหรือคำถามใด ๆ ที่พวกเขาอาจมีและขอรับการสนับสนุนในการดำเนินการ

2. สร้างกลุ่มนำร่อง - ก่อนเปิดตัวเครื่องมือทั่วทั้งบริษัท ให้ดำเนินการทดสอบนำร่องกับทีมขนาดเล็กหรือโครงการเฉพาะ ซึ่งจะช่วยให้สามารถประเมินประสิทธิภาพของเครื่องมือ รวบรวมคำติชม และระบุการปรับเปลี่ยนที่จำเป็นหรือความต้องการในการฝึกอบรม เพื่อตรวจสอบให้แน่ใจว่าเครื่องมือนี้แก้ปัญหาความท้าทายขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3. ปรับแต่งและกำหนดค่า - เมื่อคุณเลือกเครื่องมือแล้ว ทดสอบกับกลุ่มนำร่องแล้ว ก็สามารถนำคำติชม มาใช้ปรับแต่งเครื่องมือให้เหมาะกับกระบวนการจัดการโครงการขององค์กรได้

4. ฝึกอบรมและสนับสนุนการใช้งาน - ฝึกอบรมคนทำงานเกี่ยวกับวิธีใช้เครื่องมืออย่างมีประสิทธิภาพ เสนอ Session การฝึกอบรม เวิร์กช็อป หรือแหล่งข้อมูลออนไลน์เพื่อทำความคุ้นเคยกับคุณลักษณะและฟังก์ชันของเครื่องมือ ตลอดจนให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องเมื่อมีปัญหาในการใช้งาน ที่สำคัญ การมีข้อมูลและแหล่งให้ความช่วยเหลือที่ชัดเจนเป็นสิ่งสำคัญ และจะต้องเป็นด่านแรกที่ผู้ใช้คิดถึงเมื่อมีปัญหา ส่วนนี้คือหน่วยสนับสนุนซึ่งองค์กรต้องเตรียมให้พร้อม

5. ติดตามและประเมินผล - ติดตามการใช้งานและประสิทธิผลของเครื่องมือที่เลือกเข้ามาใช้อย่างต่อเนื่อง รวบรวมคำติชมจากผู้ใช้และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อระบุจุดที่ต้องปรับปรุงและทำการปรับเปลี่ยนที่จำเป็น ประเมินอย่างสม่ำเสมอว่าเครื่องมือช่วยให้บริษัทของคุณบรรลุเป้าหมายการจัดการโครงการได้ดีเพียงใด

6. การย้ายข้อมูล - หากคุณกำลังเปลี่ยนจากระบบหรือเครื่องมือการจัดการโครงการที่มีอยู่ ให้วางแผนและดำเนินการย้ายข้อมูลโครงการของคุณไปยังเครื่องมือใหม่ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าข้อมูลได้รับการถ่ายโอนอย่างถูกต้องและปลอดภัย โดยรักษาข้อมูลโครงการและประวัติที่สำคัญไว้ให้ดี

7. การผสานรวมกับระบบอื่น ๆ - ประเมินว่า Project Management Tools ที่เลือกมาใช้จำเป็นต้องรวมเข้ากับระบบอื่น ๆ ที่มีอยู่ในบริษัทของคุณหรือไม่ เช่น ซอฟต์แวร์การจัดการลูกค้าสัมพันธ์ (CRM) ระบบบัญชี หรือแพลตฟอร์มการสื่อสาร หากมีความจำเป็นต้องผสานแต่ละส่วนเข้าด้วยกัน ก็จะต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อดำเนินการ

8. สร้างนโยบาย - กำหนดโครงสร้างการกำกับดูแลและนโยบายเกี่ยวกับการใช้ Project Management Tools ซึ่งรวมถึงการกำหนดแนวทางสำหรับการสร้างโครงการ หลักการตั้งชื่อ Protocole การเข้าถึงข้อมูลและความปลอดภัย สื่อสารนโยบายเหล่านี้ให้ผู้ใช้ทุกคนทราบอย่างชัดเจนเพื่อให้มั่นใจว่าสอดคล้องและปฏิบัติตามได้อย่างถูกต้อง

9. ปรับขนาดและขยายอย่างค่อยเป็นค่อยไป - หากองค์กรของคุณมีหลายทีมหรือหลายแผนก ให้พิจารณาใช้เครื่องมือการจัดการโครงการอย่างค่อยเป็นค่อยไปทั่วทั้งองค์กร เริ่มต้นด้วยระยะนำร่องหรือเลือกทีมหรือแผนกที่ต้องการเป็นผู้เริ่มต้นใช้งาน เรียนรู้จากประสบการณ์ของพวกเขา และค่อย ๆ ขยายการนำไปปฏิบัติในพื้นที่อื่น ๆ ของบริษัท

10. การตรวจสอบประสิทธิภาพและเมตริก - กำหนดตัวบ่งชี้ประสิทธิภาพหลัก (KPI) หรือเมตริกเพื่อวัดความสำเร็จของการนำ Project Management Tools ไปใช้ ตรวจสอบและติดตามเมตริกเหล่านี้เป็นประจำเพื่อประเมินผลกระทบของเครื่องมือที่มีต่อประสิทธิภาพของโครงการ การ

Project Management Tools ที่น่าสนใจ อยากให้ลอง

เพื่อให้องค์กรสามารถมีไอเดียไปต่อยอดเพื่อการปรับใช้ วันนี้เรารวบรวม 10 Project Management Tools ที่น่าสนใจมาแนะนำให้ได้รู้จักกัน เผื่อสนใจ จะได้นำไปต่อยอดได้.

  1. Asana - Project Management Tools ที่เป็นที่นิยมในการวางแผนงาน การกำหนดสิ่งที่ต้องทำ และการติดตามความคืบหน้า มีตารางงานแบบกราฟิก การแจ้งเตือน และการแชร์ไฟล์ ผู้ใช้งานบางคนบอกว่า Asana เป็นเครื่องมือที่ง่ายต่อการใช้งานและช่วยให้ทีมสามารถทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี

2. MANAWORK - Project Management Tools ภาษาไทยเต็มรูปแบบ มีเครื่องมืออย่างง่ายที่ช่วยให้การทำงานร่วมกันในทีมมีประสิทธิภาพ ตามงาน และเห็นความคืบหน้าได้สะดวก ผู้ใช้งานหลายคนบอกว่านี่คือเครื่องมือที่เข้าใจง่าย ไม่เสียเวลาต้องเรียนรู้วิธีใช้นาน ก็สามารถใช้งานได้อย่างคล่องตัว

ลองใช้ MANAWORK ให้การทำงานของคุณง่ายขึ้น คลิก

2. Trello - เครื่องมือที่ใช้งานง่ายและมีอินเทอร์เฟซที่น่าสนใจ มีระบบบอร์ดเพื่อจัดเรียงงาน การแจ้งเตือน และการแบ่งปันไฟล์ สามารถย้ายไอเท็มในบอร์ดได้ง่าย และใช้สร้างรายการงานได้อีกด้วย จากรีวิว หลายคนให้ความเห็นว่า Trello เหมาะสำหรับการจัดการโครงการที่ไม่ซับซ้อน

3. Jira - เป็นเครื่องมือจัดการโครงการที่เน้นในการบริหารจัดการซอฟต์แวร์ มีฟีเจอร์ที่รวดเร็วและทันสมัย เช่น การจัดการงาน การติดตามความคืบหน้า และการจัดตารางกำหนดการ เหมาะสำหรับทีมพัฒนาซอฟต์แวร์และโครงการที่ซับซ้อน

4. Microsoft Project - Project Management Tools ที่มีความสามารถในการวางแผน ติดตามความคืบหน้า และการจัดการทรัพยากรสูง มีฟีเจอร์อย่างการสร้างแผนงาน การกำหนดสิ่งที่ต้องทำ และการสร้างรายงาน มีความสามารถในการทำงานร่วมกับโปรแกรมอื่น ๆ ในชุด Office ของ Microsoft ด้วย ซึ่งนับเป็นจุดแข็งเลย

5. Monday.com - เป็นเครื่องมือที่มีอินเทอร์เฟซสวยงาม ใช้งานง่าย มีความสามารถในการวางแผนงาน การติดตามความคืบหน้า และการจัดการงาน มีระบบบอร์ดงานแบบสาธารณะและส่วนตัว แสดงข้อมูลในรูปแบบของกราฟและสถิติ หลายคนรีวิวว่า Monday.com เป็นเครื่องมือที่สวยงามและมีประสิทธิภาพในการจัดการโครงการสุด ๆ

6. Basecamp - เป็นเครื่องมือที่เน้นในการสร้างพื้นที่ทำงานแบบทีมและเน้นการสื่อสารเป็นหลัก มีฟีเจอร์เช่นโพสต์ข้อความ ส่งข้อความส่วนตัว และแชทกลุ่ม ผู้ใช้งานบางคนชอบ Basecamp เพราะมันเป็นเครื่องมือที่ง่ายต่อการใช้งานและช่วยให้ทีมสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

7. Wrike - เป็นเครื่องมือจัดการโครงการที่มีความสามารถในการจัดการแผนงาน ติดตามความคืบหน้า และการจัดการทรัพยากร มีฟีเจอร์ เช่น กำหนดการ จัดการงานทีม และการสร้างรายงานผลการทำงาน Wrike เป็นเครื่องมือที่มีการทำงานที่เป็นระบบและช่วยให้ทีมสามารถทำงานร่วมกันได้มีประสิทธิภาพ.

8. Teamwork - Project Management Tools ที่มีความสามารถในการวางแผนงาน การกำหนดสิ่งที่ต้องทำ และการติดตามความคืบหน้า มีฟีเจอร์ เช่น การกำหนดวันส่งงาน การจัดการงานภายในทีม การสร้างแผนภูมิและกราฟก็สามารถทำได้อย่างง่ายดาย

9. Smartsheet - เป็นเครื่องมือจัดการโครงการที่ใช้งานง่ายที่สุด และมีความยืดหยุ่น มีฟีเจอร์ เช่น การสร้างแผนงาน การกำหนดสิ่งที่ต้องทำ มีรูปแบบการแสดงข้อมูลแบบตารางที่สามารถปรับแต่งได้ ผู้ใช้งานบางคนบอกว่า Smartsheet เหมาะสำหรับการจัดการโครงการที่มีความซับซ้อนและการทำงานที่มีการติดตามความคืบหน้าอย่างละเอียด และสม่ำเสมอ

สรุป

การมี Project Management Tools ที่ตอบโจทย์รูปแบบงานขององค์กรจะมีส่วนสำคัญอย่างมากในการขับเคลื่อนงานในองค์กร หากเลือกถูก ใช้เป็น ก็จะเห็นการเติบโต ภายใต้วัฒนธรรมองค์กรที่ยืดหยุ่นมากขึ้น เพิ่มพื้นที่ส่วนตัวและเวลาให้กับคนทำงานได้มากขึ้น และลดค่าใช้จ่ายขององค์กรได้มหาศาล

หากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่กำลังมองหา Project Management tools คุณภาพสูง ระบบของ MANAWORK  เป็นหนึ่งในอีกตัวช่วยที่สามารถทำให้คุณทำงานได้อย่างราบรื่นมากขึ้น ภายในระบบมีตั้งแต่การตั้งเป้าหมาย วางแผน และติดตามการทำงานแบบเป็นขั้นเป็นตอน เสริมสร้างภาพรวมการทำงานในยุคดิจิทัลได้เป็นอย่างดี ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ตามช่องทางต่อไปนี้

Project Management
MANAWORK Editor MANAWORK Editor · 11 ก.ค. 2566 เวลา 7:50 น.

SUGGEST POSTS